|l'=SarieW='l| View my profile

SUMMER IN SEOUL 2014 : DAY 2

posted on 07 Aug 2015 10:08 by sariew directory Travel, Diary

 

กลับมาอ่านแล้วกรี๊ดดดด เนื่องจากครบ 1 ปีพอดีที่ไปเกาหลีทริปนี้แต่เพิ่งลงได้แค่ Day1

(จนทริปใหม่จะงอกแล้ว)

คือตั้งใจจะลงให้จบ แต่ด้วยการขี้เกียจทำรูป เลยดอง สุดท้ายดองยาวจนครบปี

ซึ่งจริงๆ เนื้อหานี่พิมพ์ไว้เกือบจบตั้งแต่กลับมาใหม่ๆแล้ว

ดังนั้นเพื่อให้เป็นการไม่ดองนานไปกว่านี้

ขอลงเนื้อหาก่อนนะคะ รูปจะพยายามทยอยลงเรื่อยๆ ;_;

รู้สึกเสียใจที่ดองเค็มขนาดนี้

 


ไปค่ะ ไปต่อกัน สัญญา ลงจบแน่นอน

 


Day 2 : ตลาดกวางจัง, วังคยองบก, ถนนสุดชิคย่านซัมชองดง, หมู่บ้านพื้นเมืองบุกชน และฮงแดอีกแล้ว!

 

ตลาดกวางจัง: ตลาดกวางจังอยู่ติดกับส่วนหนึ่งของคลองชองกเยนะคะ นั่งใต้ดินลงสถานีจงโน5กา เราออกจากที่พักตรงไปตลาดเพื่อกินอาหารเช้ากันประมาณ 9 โมง (เราจำเวลาไม่ได้จริงๆ ทั้งหมดคือเวลาคร่าวๆนะคะ) ตามหนังสือบอกว่าตลาดเปิด 7.00-19.00 และปิดทุกวันอาทิตย์ วันนี้วันเสาร์เราเลยคิดว่าไปฝากท้องมื้อเช้ากันที่นี่แหละ แถมใกล้กับวังคยองบกเป้าหมายถัดไปของเราด้วย ไปถึงก็เงิบนิดๆค่ะ เหมือนเหล่าอาจุมม่าเพิ่งตั้งร้าน บางร้านยังตั้งไม่เสร็จ แต่บางร้านก็เสร็จแล้ว คนเดินเบาบางมาก เราก็ด้อมๆมองๆ ป้าก็เรียกเรากันใหญ่สำหรับร้านที่พร้อมแล้ว แล้วเราก็จิ้มคะ เลือกร้านนึงแล้วก็นั่งลงบนม้านั่งหน้าร้าน ป้าก็บอกขยับไปนั่งข้างในชิดๆกัน เราก็เบียดๆกันนั่ง นี่ก็ไม่รู้จะเผื่อที่ให้ใคร คือไม่มีคนอื่นเลยนะ มีเรานั่งกันอยู่ 5 คน นั่งปุ๊ปป้าก็จัดการเสร็จสรรพ ต๊อก2ที่นะ ซุนแด 1 ที่ โอเด้ง 2 ที่ หนังหมูหรืออะไรสักอย่าง 2 ที่ คิมบับ 2 ที่ อาจุมม่าจัดไม่ถามพวกหนูเลย หนูก็ได้แต่เออออ ไม่รู้จะพูดยังไง พอกินแล้วแบบ ความรู้สึกเราคือมันไม่ใช่อะ มันยังไม่ใช่อาหารเกาหลีที่ถูกปากเรา T_T เจ็คพอตยิ่งกว่านั้นคือไม่รู้ป้าแกไปทะเลาะกับป้าร้านตรงข้ามอะไรยังไง เถียงกันข้ามหัวเรา 5 คนนั่นแหละ เถียงอยู่นานมาก ฟังไม่รู้เรื่อง ได้ยินแต่ชิกกือรอ (หนวกหู,เงียบไปเลย) ทำนองนั้น ที่เหลือฟังไม่ออก TT_TT เราก็ก้มหน้ากินกันไป ขอน้ำป้า ป้าก็ให้น้ำเหมือนน้ำชามา 2 ถ้วยกระดาษ... คือเรามากัน 5 คนนะคะป้า ฮื้อออออ ร้านเมื่อคืนนี่แจกน้ำเป็นขวด หมดแล้วขอเพิ่มได้อีก แต่เจอป้ากำลังบู้เราเลยไม่อยากจะอะไรมาก 2 แก้วก็ได้ รีบๆ กิน อิ่มก็บอกป้าคิดตัง ป้าเห็นเรากินเหลือกันก็จัดการเอาห่อใส่ถุงดำให้เสร็จสรรพ คิดเงินแล้วจ่ายไปคนละ 7,600 วอน โฮ้ววว แพงกว่าเมื่อวานอีก สำหรับเราที่นี่ไม่ประทับใจเลย อาหารไม่ได้อร่อยมาก แถมเจอสงครามอาจุมม่าอีก แต่ถ้าจะถือเป็นสีสันของทริปก็คงพอได้ 555555 ที่เราพลาดไปคือบินแดต๊อก(ตอนแรกเข้าใจว่าคือโฮต๊อกแต่เห็นร้านเขียนบินแดต๊อก) แป้งกลมๆ ทอดๆ คือเห็นร้านขายแล้วหล่ะ แต่ไม่ได้ซื้อกิน รีบจ้ำออกมาหาทางไปต่อ

 

 

 

ควางฮวามุน: เราออกมานั่งใต้ดินสถานีเดิมไปลงสถานีควางฮวามุน เพื่อไปหากษัตริย์เซจงและเดินตรงไปวังคยองบก กะว่าจะมาทักทายท่านนายพลอีซุนชินยามเช้าแต่พอดีขึ้นจากใต้ดินแล้วท่านนายพลอยู่ไกลออกไปนิดนึง เพื่อนเราเลยขี้เกียจเดิน เราแวะถ่ายรูปกับกษัติย์เซจงแป๊บนึงก็เดินขึ้นไปที่ประตูควางฮวามุนเพื่อเข้าไปยังวังคยองบก

 

 

 

 

 

 

แต่เหมือนจะจังหวะดีเกินไป มาช่วงที่เค้ากำลังผลัดเปลี่ยนเวรยามพอดิบพอดี คุณพี่การ์ด(แต่ใส่ชุดโบราณนะ)ก็โบกๆกันๆห้ามเข้าๆ เหล่านักท่องเที่ยวทั้งจีน เกา และไทย(มีเรากรุ๊ปเดียวเนี๊ยแหละ) ก็ทนยืนตากแดดอยู่หน้าควางฮวามุน แล้วทหารยามก็เดินออกมาให้เราได้ถ่ายรูป ยืนรอสักสิบนาทีได้กว่าจะได้เข้าไปยลโฉมวังคยองบกด้านใน วันนี้ถือว่าอากาศสมเป็นหน้าร้อนมากๆ แดดจัดเต็ม แต่เราว่าไม่ถึงกับร้อนนะ อย่าว่าเราลำเอียงเลย แต่ที่นี่อากาศดีจริงๆ แม้จะเป็นตอนกลางวัน ท้องฟ้าวันนี้แจ่มใส่เหมาะแก่การถ่ายรูปมากจริงๆค่ะ พอเข้าไปถึงเราก็ต้องต่อแถวซื้อตั๋วเข้าวังกัน คุยกันแล้วสรุปว่าเข้าวังอย่างเดียวอย่างอื่นไม่เอาก็จัดไปคนละ 3000 วอน (90บาท)

 

 

 

 

 

 

 

ที่นี่เป็นที่ๆเราเจอทัวร์จีนแบบ... เห่ยยยยยยย ไม่มีที่จะเดิน คนจีนเยอะมาก ไม่เจอคนไทยเลยสักคน มีคนเกาหลีบ้าง แล้วก็มีเป็นเหมือนกรุ๊ปนักเรียนเกาหลีเล็กๆน่ารัก ยืนฟังคำบรรยาย บางกลุ่มก็เหมือนคุณพ่อพาคุณลูกพ่วงเพื่อนคุณลูกมาเที่ยววังแล้วก็อธิบายเล่าประวัติความเป็นมาและความสำคัญให้เด็กๆฟัง... นี่มโนเอาล้วนๆนะ เดาเอาจากสภาพที่เห็น ดูแล้วก็น่ารักดี แต่ที่เพลียมากคือทัวร์จีน เดินไปเดินมาในวังได้สักพักก็เหมือนว่าเราจะเห็นพ้องต้องกันว่าไปเถอะ เราไม่ได้เข้าไปดูอะไรมากกว่านี้ ขาออกมาเจอเปลี่ยนเวรยามทหารหน้าวังอีกแล้ว สงสัยอยู่ว่าทำไมเปลี่ยนบ่อยจัง แต่คิดไปคิดมานี่วันเสาร์คงถี่ขึ้นเพราะเป็นวันหยุดด้วยแหละ เราออกจากวังแล้วเลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าไปซัมชองดง ย่านกิ๊บเก๋อาร์ทๆที่เรามั่นใจว่าทัวร์จีนไม่น่าจะลง

 

 

 

ซัมชองดง: ระหว่างทางไปซัมชองดงก็เก็บตามทางไปเรื่อยๆ เราเจอ MMCA ที่อ่านผ่านๆตามาว่าน่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ Blueprint อะไรสักอย่าง เข้าไปก็ไปนั่งตากแอร์เล่นคะ =_= ส่วนด้านในต้องเสียค่าเข้าชม ซึ่งเราเป็นเด็กสายวิทย์ที่ชอบความกุบกิบน่ารักของศิลปะ แต่ถ้าอาร์ทมากไปบอกเลยว่าเข้าไม่ถึง พอพักเหนื่อยเราก็เดินไปเรื่อยๆ เลย MMCA มานิดนึงเราจะเจอแยกเลี้ยวขวาเข้าถนนบุกชนโร5กิล เส้นนี้เก๋สุดๆ เลี้ยวเข้าไปไม่เท่าไหร่ก็โดนความน่ารักของตึกร้าน Cocobruni ดูดให้เข้าไปกินน้ำแข็งใสถ้วยใหญ่เสียแล้ว ร้านเป็นตึกแต่น่าจะเปิดให้นั่งได้สองชั้นมั้งคะ เรานั่งกันชั้นสอง สั่งบิงซู(น้ำแข็งใส)มาหนึ่งเมนู กินกันห้าคนนั้นแหละ ที่นี่เหมือนร้านกาแฟเกาหลีทั่วไปค่ะที่ต้องรับกระดิ่งแล้วรอเรียกไปรับออร์เดอร์ที่เค้าเตอร์ มีน้ำเปล่าให้ที่เค้าเตอร์ จริงๆที่นี่มีขนมอย่างอื่นน่ากินมากเลยนะ ทั้งเค้กและช็อกโกแลต นอกจากนี้แก้วกาแฟยังน่ารักมาก สัญลักษณ์ของที่นี่เป็นรูปเด็กผู้หญิงขี่นก ไปเกาหลีคราวหน้าเราสัญญากับตัวเองว่าจะไม่พลาดซื้อแก้วของที่นี่ คือเห็นแล้วว่าน่ารัก แต่เราก็รู้ว่าร้านนี้มีหลายสาขา กะว่าเฮ้ยยย เดี๋ยวไปซื้อตอนไปฮงแดก็ได้ จะได้ไม่ต้องถือไปถือมา แต่สุดท้ายทริปนี้อะไรๆ มันฉุกละหุกเกินกว่าจะมานั่งเก็บรายละเอียดได้จริงๆ T_T

 

 

ออกจาก Cocobruni ก็เดินต่อคะ ถ่ายรูปร้านน่ารักๆตามทางไปเรื่อยๆ ที่นี่เราเจอแต่คนเกาหลี ยังคงไม่เจอคนไทยและไม่มีทัวร์จีนอย่างที่คิดเลย ^^ แล้วเราก็เจอร้านที่อยู่ในหนังสือ Come rain come shine SEOUL อีกร้าน คือ dodo ที่นี่เรากะว่าจะไม่กินแต่เพื่อนเราเห็นเมนูน่ากินเลยสั่งไป 1 จาน ปรากฏว่าพนักงานเดินมาบอกเราว่าต้องกิน 1 คน 1 เมนูจ้า นั่งดูเฉยๆก็ไม่ได้นะ พอเพื่อนจะสั่งเทคเอ้าก็เปลี่ยนไม่ได้หรือไม่มีเนี๊ยแหละจำไม่ได้ เสียบรรยากาศและเซ็งไปตามๆกัน เพื่อนสองคนเลยออกไปเดินเล่นรอ แล้วเดี๋ยวจะกลับมาหาอีกรอบเพราะเรามี pocket wifi แค่เครื่องเดียวและไม่มีโทรศัพท์ที่สามารถโทรหากันได้ ตัวเราเลยสั่งกาแฟไป 1 แก้ว (คาราเมลเมคิอาโต้เย็น 6,300 วอน) จัดว่าอร่อยเลย ส่วนเพื่อนอีกคนก็นั่งเนียนไปโดยที่พนักงานก็ไม่ได้ว่าอะไร สุดท้ายอาหารมาเค้าก็ให้ส้อมมาหลายอันเหมือนช่วยกันกินได้แต่อย่างน้อยต้องสั่งคนละเมนูเป็นอะไรก็ได้ ประมาณนั้น โอเค ใครจะไปตามรอยร้าน dodo ก็รู้กฎข้อนี้ของร้านไว้ด้วยนะ

 

 

 

 

จากนั้นเราก็เดินกันต่อจนสุดถนนบุกชนโร5กิลไปเจอแยกใหญ่ ไม่รู้จะไปทางไหน ที่นี่เดินได้หลายทางตามตรอกซอกซอย แล้วเราก็เสนอว่าให้เดินทะลุซอยข้างร้าน dodo ไปแล้วเราจะพบกับซัมชองดงส่วนบนซึ่งมีถนนให้เดินยาวไปได้ แล้วเราค่อยเลี้ยวขวาไปหมู่บ้านบุกชนกัน เราประทับใจที่นี่มากนะ วันนี้วันเสาร์คนพลุกพล่านหน่อยแต่ก็ได้บรรยากาศสถานที่ท่องเที่ยวดี แถวนี้มีทุกอย่างไม่แพ้ย่านห้างสรรพสินค้า แต่ทุกๆร้านก็จะมีการตกแต่งที่กลมกลืนไปกับย่านนี้ได้อย่างดี Etude, Kiehl’s ที่นี่ก็มี มีร้านกาแฟ ร้านเสื้อผ้า เครื่องประดับ กระจายอยู่ทั่ว เดินเข้าเดินออกร้านโน้นร้านนี้กันจนเกือบหลงกัน ที่ซัมชองดงเราได้แค่ถุงเท้ามา 2 คู่ คู่ละ 1000 วอน ซึ่งจะบอกว่าจริงๆประเทศนี้ขายถุงเท้ายี่ห้อเดียวกันลายซ้ำๆกันราคาเท่ากันอยู่ทั่วเลยนะคะ จริงๆลายที่เราซื้อเราว่าที่อีแดก็มีแหละ แต่แหม ร้านที่ซัมชองดงพ่อค้าพูดภาษาไทยใส่เราว่า “ถูกมั๊กๆ” เราเลยอดที่จะอุดหนุนไม่ได้ ที่ซัมชองดงเราแวะร้านชาเขียวชื่อดังจากไร่ที่เชจู Osulloc แป๊บนึง เพื่อนกิน แต่จำรสชาติไม่ได้ละชิมไปนิดเดียว แต่เราซื้อแบบกล่องกลับมา 5000 วอน 10 ซอง เป็นชาเขียวลาเต้ ชงร้อนชงเย็นได้ หอมมากกกกกกกก

 

 

 

 

 

หมู่บ้านวัฒนธรรมบุกชน: เรื่องระทึกสำหรับวันนี้คือช่วงหลังจากที่เราเดินซัมชองดงเสร็จแล้วจะเลี้ยวไปบุกชน ถามคุณตำรวจก็บอกว่าเลี้ยวตรงตึกฮาเก้นดาสนะ เราก็โอเค รู้เรื่องๆ เดินไปแล้วก็งง เลี้ยวไหนละมีหลายเลี้ยว ละที่สำคัญคือพอเลี้ยวไปแล้วแบบ... เริ่มเข้าเขตบ้านคนเงียบฉี่มากไม่พอแถมยังชันประหนึ่งปีนเขาอีก เอ้อ ปีนไปได้สักพักก็หยุดถ่ายรูปแล้วก็ถามคนที่เดินลงมา ว่าเราจะไปบุกชนนี่ไปทางนี้ถูกมั้ย เด็กวัยรุ่นผู้หญิงเกาหลีสามคนพยายามอย่างสุดความสามารถในการช่วยเรา ยืนตากแดดกางทั้งแผนที่ในหนังสือและเด็กสาวยังลงทุนกดไอโฟนเข้าดาอูมแมพให้เรา(อันเดียวกับที่เราใช้นั่นแหละ) สุดท้ายพวกเธอก็งงๆเหมือนกัน แล้วก็สรุปว่าเดินไปเถอะ ทางนี้แหละมั้ง(นี่ยังงงๆว่าเธอลงมาจากทางนั้นแล้วเธอไปไหนมา 55555) ถึงช่วยได้บ้างไม่ได้บ้างคนที่นี่ก็พยายามจะช่วยนี่คือสิ่งที่เราพบตลอดทริปนี้ เป็นอีกข้อที่ประทับใจ ยิ่งปีนยิ่งสูงและก็ยิ่งไร้ผู้คน จริงๆนะ คือต่างจากถนนที่ซัมชองดงเหมือนหลุดออกมาอีกโลก เป็นย่านที่เงียบสงบมาก สุดท้ายเราก็คนพบวิธีใช้ Daum map แบบที่สามารถระบุจุดที่เราอยู่แล้วพาเราไปยังจุดหมายได้ โฮ่ น้ำตาจะไหล เดินไปเรื่อยๆก็เริ่มเจอคนเรื่อยๆ สุดท้ายเราก็พบว่าเราได้มาถึงใจกลางบุกชนฮันอกเรียบร้อยแล้วแบบงงๆ

 

 

เพราะที่นี่เป็นบ้านเก่าที่ยังมีคนอาศัยอยู่จริงๆ ที่เปิดให้คนภายนอกได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศแบบบ้านโบราณแท้ๆ ของเกาหลี ที่นี่ก็เลยมีป้ายห้ามส่งเสียดังอยู่เป็นระยะๆ แต่ยิ่งเดินเราก็ยิ่งเจอคน ยิ่งเดินลงไปเรื่อยๆก็เจอเยอะขึ้นๆ แต่ที่เราแปลกใจคือ 90% เป็นคนเกาหลี ทัวร์จีนเราเห็นกลุ่มเล็กๆแว๊บๆ แต่ไม่เยอะมาก คนยิ่งเยอะเราก็ยิ่งหาวิวถ่ายรูปได้ยาก ก็ถ่ายกันมาแบบติดคนเป็นฝูงนั่นแหละ ทำอะไรไม่ได้ ที่นี่จะมีจุดถ่ายรูปที่เค้าแนะนำไว้ แต่เราเดินกันมั่วๆ ตรงไหนสวยก็ถ่าย มีบางจุดที่เป็นทางลาดลงเขา ถ่ายรูปแล้วจะเห็นสองข้างทางเป็นบ้านโบราณ แต่วิวที่ด้านหลังไกลโพ้นนอกจากเป็นตึกสูงแล้วยังเห็นโซลทาวเวอร์กับหอคอยจงโนด้วย พอเราเดินต่อไปเรื่อยๆ เราก็พบว่าเราออกมายังจุดเริ่มต้นไปหมู่บ้านบุกชน คือคนปกติเค้าคงมากันทางนี้แล้วก็เดินขึ้นไป แล้วย้อนลงมา แต่เราพิสดารเดินทะลุจากซัมชองดงซึ่งเสี่ยงต่อการหลงอยู่พอตัว ที่นี่จริงๆถ้าเข้าถูกทางจะมีอาสาสมัครให้ความช่วยเหลือใส่ชุดสีแดงๆ พูดอังกฤษและจีนได้คอยช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอยู่ จริงๆอาสาสมัครชุดแดงนี่เราสามารถเจอได้ทุกที่ในย่านท่องเที่ยวเลย ไม่ว่าจะที่มยอดง ซัมชองดง บุกชน หรือแม้แต่ที่อีแดเราก็เจอ

 

อินซาดง: ออกจากบุกชน เราก็ไปอินซาดงกัน หลังจากที่เมื่อวานมาทักทายยามค่ำคืนกันไปแล้ว ปรากฏว่าวันนี้คนเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกก เนื่องด้วยวันเสาร์ เหมือนชาวเกาหลีแห่กันพาครอบครัวออกมาเที่ยวถนนศิลปะแห่งนี้กันอย่างคับคั่ง ยิ่งซัมชีกิลนี่ไม่ต้องพูดถึง แทบจะไม่มีที่ให้ยืนให้เดิน ถ่ายรูปมาติดแต่คน เรากินขนมปังรูปอุนจิกันเสร็จก็พากันไปวนรอบซัมชีกิลหนึ่งรอบแล้วก็เดินออกมา เดินไปตามถนนอินซาดงเรื่อยๆ แล้วก็ตัดสินใจว่าคงไม่มีอะไรแล้ว ตามแพลนเราจะไปเดินตลาดนัด Free market ที่สนามเด็กเล่นหน้าม.ฮงอิกกัน (ไปฮงแดอีกละ คึคึ) แต่ดูเวลาแล้วท่าทางเราจะพลาด เพราะตลาดมีถึงแค่ 6 โมงเย็น

 

 

ฮงแด: เราไปถึงฮงแดกันก็พบว่ากระเพาะเราต้องการอาหาร วันนี้เราวางแผนกันว่าจะจัดปิ้งย่างกันที่ฮงแด เพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารปิ้งย่างอยู่แล้ว มีร้านให้เราเลือกเยอะ แต่คนก็เยอะแทบทุกร้าน เรากะว่าจะไปร้านที่มีเนื้อย่างตามคำแนะนำในหนังสือเล่มหนึ่งแต่สุดท้ายก็จิ้มกันสักร้าน ซึ่งคนแน่นทุกโต๊ะ!!! ร้านชื่อ 통통돼거쁠살อ่านเป็นภาษาไทยก็ ต๊งต๊งทเวกอปืลซัลเดินเข้าไป พนักงานก็พาเราลงดินคะ ไปนั่งกันที่ชั้นใต้ดิน ร้านนี้ที่ชั้นบนจะเป็นโต๊ะนั่งธรรมดาที่นั่งบนเก้าอี้ มีงวงดูดควัน ชาวเกาหลีเม้ามอยกันอย่างออกรส สาวๆต่างด้าวอย่างเราจึงถูกเนรเทศไปยังชั้นล่าง ซึ่งถือว่าโชคดีเหลือเกิน ที่นี่เป็นแบบนั่งพื้นแต่ที่สำคัญคือว่างมาก เราเป็นโต๊ะแรกที่มาและที่นี่แทบจะเป็นของเรา คืออยากโชว์เปิ่นแค่ไหนก็ได้ ไม่ต้องแคร์สายตาพี่เกาเลย พนักงานที่บริการเราเป็นวัยรุ่นที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี ช่วยเราอธิบายเมนูเลือกเมนู บริการเราทุกอย่าง ประทับใจ <3 ถ้าจำไม่ผิดเมนูหมูของที่นี่จะมีอยู่สี่อย่าง มีพวกไส้ เบค่อน สามชั้น และก็เมนูเด็ดที่เค้าแนะนำ บอกว่าเป็นหน้าหมู เราก็แบบเห้ย จริงดิ มันอร่อยจริงดิ สั่งมาที่เดียว สรุปอร่อยสุดจริงๆ เครื่องเคียงที่นี่ก็ครบครันคะ มีกิมจิ มีผัก มีซุปให้ อิ่มหนำสำราญประทับใจสุดๆ หมดไปคนละ 11,200 วอน

เสร็จจากปิ้งย่าง คือไป Stylenanda มีลิสจะซื้อของ หาทางไปอยู่แปปนึง แบบเราก็งงๆ ว่าตอนนี้อยู่ตรงไหนของฮงแด สุดท้าย Daum map คะ ไปโลดดดดด Stylenanda ที่ฮงแดไม่แน่ใจว่าเป็นสาขาหลักมั้ย แต่ใหญ่มากนะ มีหลายชั้น แต่เราเดินชั้นล่างชั้นเดียว ซื้อเครื่องสำอางอย่างเดียว ไม่ได้ซื้อเยอะด้วย ที่นี่จะให้เราลองสินค้าได้ตามใจคะ อยากลองอะไรลอง ไม่ซื้อก็ไม่เป็นไร แต่อยากได้อันไหนให้เดินไปบอกพนักงาน เค้าจะให้เบอร์เรามาถือ แล้วเค้าก็ใช้ไมค์ที่ติดตัวอยู่ติดต่อกับเค้าเตอร์ว่าลูกค้าที่ถือเบอร์นี้เอาสินค้านี้ สีอะไร เบอร์อะไร ลองๆไปชอบใจอันไหนเพิ่ม ก็เดินไปบอกเค้าได้ จนจะจ่ายตังก็เอาเบอร์ไปยื่นหน้าเค้าเตอร์ค่ะ บางคนนี่เหมือนมาแต่งหน้าที่นี่เลยนะ บางคนก็แบบ เหมือนมาทาเล็บ ลองเสร็จก็ไม่ต้องล้าง ไปต่อได้เลย เอ้อ คือดีๆ เสร็จแล้วเค้ามีให้ถ่ายรูปฟรีนะ แบบ สาวๆเกาหลีนี่แต่งหน้ากันเต็มแล้วมาถ่าย หน้าก็ออกมาสวยสิคะ แต่เรากะเพื่อนนี่แบบ ไม่ได้ลองกับหน้าอะ เราปาดๆเอากับมือ หน้างี้ผ่านสมรภูมิมาทั้งวัน เพื่อนกลุ่มแรกเราเข้าไปถ่าย เห็นรูปออกมาแล้วเราก็ขอบาย ให้สาวๆเกาหลีหน้าขาวๆ ปากแดงๆเค้าถ่ายกันเถอะ จากนั้นเราก็เดินจะกลับคะ แต่แวะกินไอติมที่ molly’s pop แป๊ปนึง ทางผ่านพอดี ร้านนี้ขายไอติมแท่งหลากรส มีรส 19+ ด้วย ก็พวกผสมแอลกอฮอล เราไปถึงนี่เหลือไม่กี่รสละ เพื่อนเลือกมิ้นท์ช็อกชิพไปละ เราเลยเลือกบลูเบอร์รี่โยเกิร์ต มีเพื่อนคนนึงซื้อรสเบียร์ คือเบียร์จริงจัง 5555 แท่งละ 3,500 วอนนะคะ อร่อยดีๆ ร้านเล็กๆน่ารัก แต่แนะนำซื้อแล้วเดินกิน คือที่นั่งมีไม่เยอะจริงๆ

 

 

 

เนื่องจากวันนี้เราสัญญากันไว้ว่าจะไม่ดึก เพราะเมื่อคืนแทบตายไปแล้ว พรุ่งนี้ต้องออกเช้าอีก ไปลุยแถบๆคังนัมกัน วันนี้ก็เลยจบแค่นี้ เรากลับไปอีแดละก็เดินช้อปปิ้งแถวนี้กันต่อนิดหน่อย เพราะเรากำลังมองหากระเป๋าทดแทนใบที่ใช้อยู่ซึ่งไม่สะดวกกับการหยิบจับของเลย ได้ย่ามจากร้านใกล้ๆที่พักมาราคา 10,000 วอน บอกซื้อสองใบลดได้มั้ย ลุงก็บอกว่านี่ Sale แล้ว ป้ายเขียน Sale ลดไม่ได้ ก็โอเค ไม่ลดหนูก็ซื้ออยู่ละ =_= จบคะวันนี้

 

จบแล้วสำหรับ SUMMER in SEOUL : DAY 2

หวังว่าจะยังไม่สายไปนะคะ ฮึก ดองเค็มข้ามปีเลย T_T

Tags: korea, seoul, summer

Recommend